.

.

Mini Cart

นโยบายความเป็นส่วนตัว
นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy)
ปรับปรุงเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2564

 

          บริษัท ไอยมิตร จำกัด ตระหนักถึงความสำคัญในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ บุคคลธรรมดาที่ซื้อผลิตภัณฑ์ บริการ และสินค้า ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 คณะกรรมการบริษัทจึงได้พิจารณาอนุมัตินโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท  โดยตระหนักถึงการป้องกันการนำข้อมูลไปใช้โดยมิชอบและมิให้เกิดข้อผิดพลาดใด ๆ ต่อข้อมูล รวมถึงการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลจากการถูกโจรกรรม และการเปิดเผยข้อมูลโดยมิชอบ

          ดังนั้น บริษัทฯ จึงได้จัดให้มีการรักษาความปลอดภัยในข้อมูลส่วนบุคคลของท่านและกลุ่มท่านเป้าหมาย โดยปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล และดำเนินการให้พนักงานของบริษัทฯ ปฏิบัติตามมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยและการรักษาความลับของข้อมูลอย่างเคร่งครัด ภายใต้นโยบายฉบับนี้ขึ้น ซึ่งครอบคลุมถึงท่านทุกคน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่ออธิบายวิธีการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในส่วนที่เกี่ยวกับการให้บริการใด ๆ ของบริษัทฯ ในเรื่องผลิตภัณฑ์ บริการ

          โปรดอ่านเอกสารฉบับนี้เพื่อรับทราบและทำความเข้าใจในวัตถุประสงค์ที่บริษัทฯ ได้เก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามนโยบายนี้

1. คำนิยาม

         บริษัท ไอยมิตร จำกัด ในนโยบายนี้ เรียกว่า “บริษัท, เรา, ของเรา”

         คณะกรรมการ หมายถึง กรรมการของบริษัท ไอยมิตร จำกัด

         ผู้บริหาร หมายถึง ผู้บริหารของบริษัทไอยมิตร จำกัด

         ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (Data Controller) หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคล, กรรมการผู้มีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจ เกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

         ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processor) หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลที่ดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บ รวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องไม่เป็นบคุคลเดียวกับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

         เจ้าของข้อมูล หมายถึง เจ้าของข้อมูล ในนโยบายนี้ เรียกว่า “ท่าน, ของท่าน” 

2. บริษัทเก็บรวบรวมข้อมูลอย่างไร

          บริษัทจะรวบรวมและเก็บข้อมูลจากการติดต่อจากบริษัท การเข้ามาใช้งานเว็บไซต์ หรือให้รายละเอียดแก่บริษัทตามช่องทางต่าง ๆ บริษัทอาจจะรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลอื่น ๆ เกี่ยวกับท่านโดยชอบตามกฎหมายจากบริษัทพันธมิตรธุรกิจ และบุคคลภายนอกอื่น ๆ ซึ่งรวมถึงการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ของท่าน หรืออุปกรณ์อื่น ๆ (devices) ที่ท่านเข้าใช้ในการเข้ามาใช้เว็บไซต์ของบริษัท

          หากท่านใช้สื่อสังคมออนไลน์ใด ๆ  ไม่ว่าจะบนเว็บไซต์หรือ บนแอปพลิเคชัน (applications) ที่บริษัทจัดทำขึ้น หรือผ่านทางผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ บริษัทอาจเข้าไป และเก็บรวบรวมข้อมูลของท่านจากผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ตามนโยบาย และข้อกำหนดของผู้ให้บริการเหล่านั้น เมื่อท่านใช้สื่อสังคมออนไลน์ บริษัทอาจเข้าไปและเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามที่ได้ระบุไว้ให้แสดงในข้อมูลส่วนตัว (Profile) บนสื่อสังคมออนไลน์ หรือบัญชีผู้ใช้ (account) ของท่าน รวมถึง ชื่อตัว

          ชื่อสกุล เพศ วันเดือนปีเกิด อีเมล ที่อยู่ สถานที่ตั้ง (location) ของท่าน เป็นต้น การเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้อาจถูกจำกัด หรือถูกบล็อกซึ่งขึ้นอยู่กับการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวของท่านกับผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ที่เกี่ยวข้อง

3. ขอบเขตและวัตถุประสงค์ในการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อน

          บริษัทใช้ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้เก็บรวบรวม ใช้ จากเจ้าของข้อมูลแต่ละรายให้ไว้เพื่อวัตถุประสงค์ตามนโยบายต่อไปนี้เท่านั้น (“ วัตถุประสงค์”)

3.1   ข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อนของท่าน (รวมถึงผู้ใช้แอพพลิเคชันซอฟต์แวร์) ของบริษัท

3.1.1    ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เป็นตัวแทนของบริษัท ในการเสนอขายผลิตภัณฑ์และบริการ

3.1.2    ตัวแทน ผู้รับจ้าง หรือผู้ให้บริการซึ่งเป็นบุคคลภายนอก (ที่ตั้งอยู่ภายในหรือภายนอกบริษัท) ที่ให้บริการดำเนินงาน จัดทำข้อมูล โทรคมนาคม คอมพิวเตอร์ การชำระเงิน การเก็บหนี้ หรือการชำระค่าผลิตภัณฑ์ การให้บริการด้านเทคโนโลยี (Technology Outsource) ศูนย์บริการข้อมูลทางโทรศัพท์ (Call Center) การบริการส่งเอกสารและจ้างพิมพ์งานที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานในธุรกิจของบริษัท และการให้บริการของบริษัทแก่ท่าน

3.1.3    หน่วยงาน, บริษัทพันธมิตรที่เกี่ยวข้องกับบริษัทในการจัดหาหรือจัดกิจกรรมทางการตลาดเกี่ยวกับบริการประกัน

3.1.4    ตัวแทน ผู้รับจ้าง หรือผู้ให้บริการซึ่งเป็นบุคคลภายนอก (ที่ตั้งอยู่ภายในหรือภายนอก) รวมถึงบริษัทที่ให้บริการในด้านต่าง ๆ เช่น บริษัทรับประกันต่อ บริษัทบริหารจัดการด้านการลงทุน บริษัทสืบสวนเรื่องสินไหม สมาคมหรือสภาองค์การต่าง ๆ

3.1.5    บริษัทอื่น ๆ ที่ช่วยรวบรวมข้อมูลของท่าน หรือติดต่อกับท่าน เช่น บริษัทวิจัย และสถาบันจัดอันดับ ทั้งนี้เพื่อยกระดับบริการที่บริษัทมอบให้แก่ท่าน

3.1.6    หน่วยงานรัฐบาล หรือหน่วยงานกำกับดูแล หรือบุคคลใดก็ตามที่บริษัทต้องเปิดเผยข้อมูล (ก) ภายใต้กฎหมาย และ/หรือข้อผูกพันใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับบริษัท หรือ (ข) ตามข้อตกลงระหว่างบริษัทและหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง หรือหน่วยงานกำกับดูแล หรือบุคคลอื่นใด

3.1.7    เพื่อวัตถุประสงค์อื่นใดที่จำเป็นในการดำเนินการ การบำรุงรักษา รวมถึงการจัดการธุรกิจของบริษัทและความสัมพันธ์ของท่านกับบริษัท ซึ่งบริษัทแจ้งให้ท่านทราบในเวลาที่ขอความยินยอมจากท่าน

3.2   ข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อนของผู้ถือหุ้นของบริษัท

3.2.1    เพื่อใช้สิทธิและ/หรือปฏิบัติงานตามภาระหน้าที่ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

3.2.2    เพื่อจัดการงานที่เกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้นของบริษัท เช่น การจัดทำบันทึกตามกฎหมายและคำสั่งต่าง ๆ

3.3   ข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อนของผู้สมัครงาน

3.3.1    เพื่อติดต่อ และ/หรือ ให้ข้อมูลแก่ผู้สมัครงาน รวมถึงการใช้ในรูปแบบอื่น ๆ ที่จำเป็นสำหรับกิจกรรมการจ้างงานและการสรรหา

3.4   ข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อนของพนักงานของบริษัท

3.4.1    เพื่อสื่อสารกับพนักงานของบริษัทเกี่ยวกับงานหรือเพื่อวัตถุประสงค์อื่น

3.4.2    เพื่อจัดการสุขภาพของพนักงานของบริษัท

3.4.3    เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย (หรือกฎหมายคุ้มครองแรงงาน) ที่บังคับใช้ เพื่อรักษาและคงไว้ซึ่งประโยชน์และผลประโยชน์ของพนักงาน รวมถึงการประเมินผลการปฏิบัติงาน

3.5   ข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อนของบุคคลที่โพสต์/ส่งบนเว็บไซต์หรือแอพพลิเคชันซอฟต์แวร์ของบริษัท

3.5.1    เพื่อใช้ในงานที่โพสต์/ส่งบนเว็บไซต์หรือแอพพลิเคชันซอฟต์แวร์ของบริษัทในชิ้นงานโฆษณาสำหรับบริษัท และ/หรือบริษัทในเครือ

3.5.2    สิทธิการเผยแพร่ ลิขสิทธิ์ และสิทธิในทรัพย์สินทางอุตสาหกรรมอื่น ๆ ทั้งหมดในงานที่โพสต์/ส่งนั้นจะถือว่าเป็นของผู้ที่โพสต์/ส่งงานดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการโพสต์/ส่งงานดังกล่าวจะถือว่าผู้ที่โพสต์ อนุญาตให้บริษัทใช้สิทธิอย่างครอบคลุมโดยไม่มีค่าตอบแทนการใช้สิทธิและโดยไม่จำกัดแต่เพียงผู้เดียว (มีสิทธิอนุญาตให้บุคคลที่สามใช้สิทธิได้ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการทำซ้ำ เผยแพร่ ส่ง แจกจ่าย มอบหมาย ให้ยืม แปล และดัดแปลง) งานดังกล่าว และผู้โพสต์ตกลงว่าเขาหรือเธอจะไม่อ้างความชอบธรรมในงานดังกล่าว 

3.6   ข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อนของผู้จำหน่ายและซัพพลายเออร์ของบริษัท

3.6.1    เพื่อสื่อสารกับผู้จำหน่ายและซัพพลายเออร์ของบริษัท

3.6.2    เพื่อตอบคำถามหรือข้อร้องเรียนจากผู้จำหน่ายและซัพพลายเออร์

3.6.3    เพื่อประมวลผลใบแจ้งหนี้ของผู้จำหน่ายและซัพพลายเออร์ที่เกี่ยวข้องกับการขาย/การจัดหาสินค้าและ/หรือบริการ รวมถึงวัตถุประสงค์อื่น ๆ ที่จำเป็นในการดำเนินงานและทำธุรกิจของบริษัท

** ท่านตกลงและยินยอมให้บริษัทใช้และประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์ตามที่ระบุไว้ หากท่านไม่ยินยอมให้บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่ง โปรดแจ้งให้บริษัททราบตามรายละเอียดการติดต่อด้านล่าง

4. ใครบ้างที่อาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

ข้อมูลส่วนบุคคลจะถูกเก็บเป็นความลับภายใต้ข้อกำหนดของกฎหมาย และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวจะต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์หลัก หรือวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น  ซึ่งบริษัทจะเปิดเผยข้อมูลแก่บุคคลดังต่อไปนี้

4.1    พันธมิตรทางธุรกิจ ได้แก่ คู่ค้า

4.2    หน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ใช้อำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย

5. ประเภทข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวม

5.1    "ข้อมูลส่วนบุคคล" หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับท่านซึ่งระบุถึงตัวท่านหรือทำให้สามารถระบุตัวท่านได้ ตามที่ระบุไว้ข้างล่างนี้ เพื่อที่บริษัทจะให้บริการแก่ท่าน โดยบริษัทอาจเก็บรวบรวมข้อมูลของท่านด้วยวิธีการต่าง ๆ และอาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากท่านโดยตรง (เช่น ผ่านทางผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ (Operation Manager), พนักงานขาย หรือศูนย์บริการข้อมูลท่าน (Call Center) ของบริษัท หรือจากข้อมูลในแบบฟอร์มเข้าร่วมสัมมนา ข้อมูลในแบบฟอร์มคำขอต่าง ๆ ที่ท่านได้ให้ไว้ ข้อมูลที่ให้ไว้ในการสำรวจความพึงพอใจของท่าน ข้อมูลที่ให้ไว้ในการเข้าร่วมกิจกรรมแข่งขันและกิจกรรมส่งเสริมการขาย) หรือจากแหล่งอื่น ๆ โดยอ้อม (เช่น สื่อสังคม, แพลตฟอร์มออนไลน์ของบุคคลภายนอก หรือแหล่งข้อมูลสาธารณะอื่น ๆ) และผ่านบริษัทในเครือ ผู้ให้บริการ พันธมิตรทางธุรกิจ หน่วยงานทางการ หรือบุคคลภายนอก ประเภทของข้อมูลที่บริษัทเก็บรวบรวมขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ของท่านกับบริษัท และบริการหรือผลิตภัณฑ์ที่ท่านต้องการจากบริษัท

5.2    "ข้อมูลที่ละเอียดอ่อน" หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลที่กฎหมายจัดประเภทเป็นข้อมูลที่ละเอียดอ่อน บริษัทจะเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และ/หรือโอนข้อมูลที่ละเอียดอ่อนไปยังต่างประเทศก็ต่อเมื่อได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่าน หรือกฎหมายอนุญาตให้กระทำได้ ข้อมูลที่ละเอียดอ่อนของท่านซึ่งบริษัทจะเก็บรวมรวม ใช้ เปิดเผย และ/หรือโอนไปยังบุคคลที่ 3 ได้แก่

5.2.1    ข้อมูลชีวมาตร (ได้แก่ ระบบจดจำใบหน้า ลายนิ้วมือ)

5.2.2    ข้อมูลสุขภาพ เช่น ข้อมูลการรักษาพยาบาล

5.2.3    ประวัติอาชญากรรม

5.2.4    ศาสนา

5.2.5    ข้อมูลที่ละเอียดอ่อนอื่น ๆ ซึ่งแสดงอยู่ในเอกสารประจำตัว (เช่น เชื้อชาติและศาสนา)

5.3   “ลูกค้าบุคคลธรรมดา” หมายถึง ลูกค้าประเภทบุคคลที่บริษัทใช้ข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งบริษัทเก็บรวมรวม ใช้ เปิดเผย และ/หรือโอนไปบุคคลที่สามแต่ไม่จำกัดเพียงข้อมูลส่วนบุคคลประเภทดังต่อไปนี้

5.3.1    ข้อมูลส่วนตัว เช่น คำนำหน้าชื่อ ชื่อตัว ชื่อสกุล เพศ อายุ อาชีพ ตำแหน่งงาน เงินเดือน ที่ทำงาน ตำแหน่ง การศึกษา สัญชาติ วันเกิด สถานภาพทางการสมรส ข้อมูลบนบัตรที่ออกโดยรัฐบาล (เช่น เลขที่บัตรประจำตัวประชาชน เลขหนังสือเดินทาง เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร ข้อมูลใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ เป็นต้น) ลายมือชื่อ การบันทึกเสียง การบันทึกการสนทนาทางโทรศัพท์ การบันทึกวิดิโอ รูปถ่าย การบันทึกภาพจากกล้องวงจรปิด ทะเบียนบ้าน และข้อมูลประจำตัวอื่น ๆ

5.3.2    ข้อมูลเพื่อการติดต่อ เช่น ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ หมายเลขโทรสาร ที่อยู่อีเมล และรหัสประจำตัวสำหรับการติดต่อสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ

5.3.3    ข้อมูลบัญชีและข้อมูลทางการเงิน เช่น ข้อมูลบัตรเครดิตและบัตรเดบิต หมายเลขบัญชีและประเภทของบัญชี ข้อมูลพร้อมเพย์ สินทรัพย์หมุนเวียน รายได้และค่าใช้จ่าย ตลอดจนข้อมูลการชำระเงิน และข้อมูลการสมัครใช้บริการและผลิตภัณฑ์

5.3.4    ข้อมูลการทำธุรกรรม เช่น ประเภทของผลิตภัณฑ์ (อาทิ หลักทรัพย์ ตราสารอนุพันธ์ ราคาและปริมาณ หมายเลขคำสั่งซื้อ หมายเลขนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ เงื่อนไข (ถ้ามี) ประวัติการซื้อขายและยอดคงเหลือ ประวัติการชำระเงินและการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ของท่าน งบการเงิน หนี้สิน ภาษี รายได้ กำไรและเงินลงทุน แหล่งที่มาของความมั่งคั่งและเงินทุน การเป็นตัวแทน ข้อมูลการซื้อขาย ประวัติการผิดนัด มูลค่าของหลักประกัน (Margin Balance) และข้อมูลเงินกู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ (Margin Loan)

5.3.5    ข้อมูลทางเทคนิค เช่น เลขที่อยู่ไอพีหรืออินเทอร์เน็ตโพรโทคอล (IP address) เว็บบีคอน (Web Beacon) ล็อก (Log) ไอดีอุปกรณ์ (Device ID) รุ่นอุปกรณ์และประเภทของอุปกรณ์ เครือข่าย ข้อมูลการเชื่อมต่อ ข้อมูลการเข้าถึง ข้อมูลการเข้าใช้งานแบบ Single Sign-On (SSO) การเข้าสู่ระบบ (Login Log) เวลาที่เข้าถึง ระยะเวลาที่ใช้บนหน้าเพจของบริษัท คุกกี้ ข้อมูลการเข้าสู่ระบบ ประวัติการค้นหา ข้อมูลการเรียกดู ประเภทและเวอร์ชั่นของเบราว์เซอร์ การตั้งค่าเขตเวลา (Time Zone Setting) และสถานที่ตั้ง ประเภทและเวอร์ชั่นของปลั๊กอินเบราว์เซอร์ ระบบปฏิบัติการและแพลตฟอร์ม และเทคโนโลยีอื่น ๆ บนอุปกรณ์ที่ท่านใช้ในการเข้าถึงแพลตฟอร์ม

5.3.6    รายละเอียดข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อบัญชี (Account Identifiers) ชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน รหัสประจำตัว (PIN ID Code) สำหรับการซื้อขาย ความสนใจและความพึงพอใจ กิจกรรม เป้าหมายการลงทุน ความรู้และประสบการณ์การลงทุน และระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (Risk Tolerance)

5.3.7    ข้อมูลการใช้งาน เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานของท่านบนเว็บไซต์ แพลตฟอร์ม การใช้ผลิตภัณฑ์และบริการ

5.4   “ลูกค้านิติบุคคล” หมายถึง ลูกค้าประเภทกิจการจดทะเบียน ซึ่งบริษัทเก็บรวมรวม ใช้ เปิดเผย และ/หรือโอนไปบุคคลที่สามแต่ไม่จำกัดเพียงข้อมูลส่วนบุคคลประเภทดังต่อไปนี้ 

5.4.1    ข้อมูลระบุตัวบุคคล เช่น ชื่อ นามสกุล คำนำหน้าชื่อ อายุ เพศ รูปถ่าย ข้อมูลในประวัติส่วนบุคคล การศึกษา ข้อมูลเกี่ยวกับงาน (เช่น สถานะ หน้าที่ อาชีพ ตำแหน่งงาน บริษัทที่ท่านทำงานให้ หรือเป็นพนักงาน หรือถือหุ้นอยู่) ข้อมูลบนบัตรที่ออกโดยรัฐบาล (เช่น เลขที่บัตรประจำตัวประชาชน เลขหนังสือเดินทาง) อัตราส่วนการถือหุ้น ลายมือชื่อ และข้อมูลประจำตัวอื่น ๆ ของท่าน

5.4.2    ข้อมูลเพื่อการติดต่อเช่นหมายเลขโทรศัพท์ ที่อยู่ ประเทศ ที่อยู่อีเมลและข้อมูลอื่น ๆ ในทำนองเดียวกัน

5.4.3    ข้อมูลส่วนตัวที่สร้างขึ้นเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของท่านกับบริษัท เช่น การเปิดบัญชี การบริหารจัดการ การดำเนินงาน การชำระเงิน การชำระบัญชี การประมวลผลและการรายงานในนามของท่าน ข้อมูลส่วนตัวดังกล่าวอาจรวมถึงลายมือชื่อและหนังสือติดต่อกับบริษัท

5.4.4    ข้อมูลอื่น ๆ ที่มีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยโดยเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์กับบริษัท เช่น ข้อมูลที่ท่านให้แก่บริษัทในสัญญา แบบฟอร์มหรือการสำรวจ หรือข้อมูลที่เก็บรวบรวมในเวลาที่ท่านเข้าร่วมกิจกรรมทางธุรกิจ การสัมมนา หรือกิจกรรมทางสังคมของบริษัท

5.5   ผู้เยาว์ หมายถึง บุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ (“ผู้เยาว์”) หรือเป็นบุคคลที่ไม่มีความสามารถในทางกฎหมายในการให้ความยินยอม ท่านยืนยันว่าได้รับความยินยอม (โดยเป็นกรณีๆ ไป) จากบุคคต่อไปนี้

5.5.1    ผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจ เมื่อผู้เยาว์ยังไม่มีสิทธิในการดำเนินการเพียงลำพัง หรือเมื่อผู้เยาว์มีอายุต่ำกว่า 10 ปี หรือ

5.5.2    ผู้อนุบาลเป็นผู้มีอำนาจกระทำการในนามของเจ้าของข้อมูลซึ่งเป็นบุคคลไร้ความสามารถ หรือ

5.5.3    ผู้พิทักษ์เป็นผู้มีอำนาจกระทำการในนามของเจ้าของข้อมูลซึ่งเป็นบุคคลเสมือนไร้ความสามารถ

6. การให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลที่สาม

6.1    บริษัทจะไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลที่สามโดยไม่ได้รับความยินยอมจากท่าน ยกเว้นในกรณีต่อไปนี้

6.1.1    ในกรณีที่ท่านตกลงที่จะให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

6.1.2    ในกรณีที่มีความจำเป็นต่อการรักษาชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สิน และไม่สามารถขอความยินยอมที่เกี่ยวข้องได้อย่างสะดวก

6.1.3    ในกรณีที่มีการมอบหมายให้บุคคลที่สามจัดการข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดหรือบางส่วนภายในขอบเขตที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการใช้งาน (บริษัทใช้มาตรการเพื่อป้องกันการรั่วไหล การสูญหาย หรือการปลอมแปลงข้อมูลส่วนบุคคล เช่น การเลือกผู้รับเหมาอย่างระมัดระวัง การเข้าทำสัญญากับผู้รับเหมาเกี่ยวกับการจัดการข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงการควบคุมและกำกับดูแลผู้รับเหมาของบริษัทตามความจำเป็น)

6.1.4    ในกรณีที่มีการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในนามของบริษัทโดยบุคคลที่สามที่เป็นตัวกลาง ซึ่งมีการคุ้มครองข้อมูลอยู่ในระดับที่เพียงพอ

6.1.5    ในกรณีที่มีการให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการโอนธุรกิจเนื่องจากการควบรวมกิจการหรือเหตุผลอื่น ๆ และในกรณีที่กฎหมายหรือระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกำหนดไว้

6.2   บริษัทอาจนำข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดที่บริษัทได้รับจากท่าน, ผู้ถือหุ้น, พนักงาน, ผู้จัดจำหน่าย ซัพพลายเออร์ และผู้สมัครงานของบริษัทมาใช้ร่วมกับบริษัทในเครือของบริษัทภายในขอบเขตที่จำเป็น เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการใช้งานที่กำหนดและชี้แจงก่อนหรือทันทีที่สามารถปฏิบัติได้อย่างสมเหตุสมผลหลังจากการเก็บรวบรวมในสถานการณ์เหล่านี้ บริษัทจะรับผิดชอบต่อการประมวลผลการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลตามแนวทางของเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลของบริษัท

 
7. ผู้ที่ใช้ข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทเป็น “ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” ของท่านทุกคน จึงมีหน้าที่และความรับผิดชอบต่อการประมวลผลและการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลจะกระทำเท่าที่จำเป็นแก่การให้บริการ เพื่อดำเนินการตามคำขอ ซึ่งอาจรวมถึง การส่งเสริมการขาย การทำการตลาด แล้วแต่กรณี โดยมีวัตถุประสงค์  ขอบเขต  และวิธีการใช้ตามที่กฎหมายกำหนด

นอกจากนี้ บริษัทอาจส่งข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้หน่วยงานหรือบุคคลภายนอกดำเนินการในฐานะ “ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” โดยดำเนินการในนามของบริษัท

7.1   เพราะบริษัทมีหน้าที่ปฏิบัติตามสัญญา : ประมวลผลตามฐานสัญญา (Contract)
เพื่อให้ท่านสามารถใช้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทได้ตามที่ท่านซึ่งเป็นคู่สัญญาอยู่กับบริษัทหรือตามคำขอของท่านทั้งก่อนหรือขณะใช้ผลิตภัณฑ์ของบริษัท เช่น

7.1.1    การสมัครใช้บริการผลิตภัณฑ์ การวิเคราะห์ ทบทวน และแจ้งผลการอนุมัติ ให้บริการข้อมูล/ปรับปรุงข้อมูลส่วนบุคคล/ข้อมูลทางบัญชี บริการที่เกี่ยวกับท่านสัมพันธ์ ประมวลผลเพื่อพัฒนาบริการ/ ผลิตภัณฑ์ มอบสิทธิประโยชน์ ส่งมอบ/โอนเงินกู้ รับชำระเงิน ออกใบเสร็จรับเงิน แจ้งเตือนชำระหนี้หรือต่ออายุผลิตภัณฑ์

7.1.2    ดำเนินการอื่นใดเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้บริการตามสัญญา เช่น รับเรื่องร้องเรียน ติดตามทวงถามหนี้ ประนอมหนี้ บริหารความเสี่ยง

7.1.3    บริษัทจะนำข้อมูลดังกล่าวไปประมวลผลโดยบริษัทและ/หรือประมวลผลด้วยการทำงานร่วมกันกับบุคคลภายนอก เช่น การติดตามทวงถามหนี้ การจัดรายการส่งเสริมการขาย หรือการติดตั้งเครื่องรับบัตร เป็นต้น  

7.2   เพราะบริษัทมีความจำเป็นต้องดำเนินการตามประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท ประมวล

ผลตามฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (Legitimate Interests)

บริษัทอาจนำข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปใช้ในการประมวลผลเพื่อการจัดการ การตรวจสอบและการจัดทำรายงานภายในของบริษัท การดูแลรักษาระบบเพื่อการรักษามาตรฐานการให้บริการ รวมไปถึงการจัดการความเสี่ยงของบริษัท และการดำเนินการตามปกติภายในของบริษัท อันเป็นประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย เช่น

7.2.1    การบันทึกเสียงผ่านช่องทางการติดต่อของบริษัท หรือการบันทึกภาพกล้องวงจรปิด (CCTV)

7.2.2    การรักษาความสัมพันธ์กับท่าน เช่น การจัดการข้อร้องเรียน การประเมินความพึงพอใจจากการใช้บริการ การแจ้งเตือนหรือนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินประเภทเดียวกันกับที่ท่านมีอยู่กับบริษัทซึ่งเป็นประโยชน์กับท่าน

7.2.3    การบริหารความเสี่ยงองค์กร การตรวจสอบ การบริหารจัดการภายในองค์กร รวมถึง การส่งต่อไปยังบริษัทในเครือกิจการเดียวกันเพื่อการดำเนินการดังกล่าว

7.2.4    การควบคุม ป้องกัน บรรเทา หรือโอนถ่ายความเสี่ยงที่อาจเกิดจากการกระทำทุจริต ภัยคุกคามทางไซเบอร์ การผิดนัดชำระหนี้หรือผิดสัญญา การทำผิดกฎหมายต่าง ๆ (เช่น การป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน การสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ ชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ หรือชื่อเสียง เป็นต้น) ซึ่งรวมถึง การแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อยกระดับมาตรฐานการทำงานของบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินในการควบคุม ป้องกัน บรรเทา หรือโอนถ่ายความเสี่ยงข้างต้น

7.2.5    การเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของกรรมการ ผู้มีอำนาจกระทำการแทน ตัวแทนของท่านนิติบุคคล

7.2.6    การติดต่อ การบันทึกภาพ การบันทึกเสียงอันเกิดจากการจัดประชุม อบรม สันทนาการ หรือการออกบูธแนะนำผลิตภัณฑ์ของบริษัท

7.2.7    การเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์

7.3   เพราะบริษัทมีความจำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎหมาย : ประมวลผลตามฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย (Legal Obligation)

บริษัทอาจนำข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปประมวลผลเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายของหน่วยงาน ที่กำกับดูแลการประกอบธุรกิจของบริษัท  เช่น  ธนาคารแห่งประเทศไทย  สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานเศรษฐกิจกระทรวงการคลัง สำนักงานคณะกรรมการปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กรมการประกันภัย เป็นต้น รวมทั้ง กฎหมายที่ควบคุมการทำธุรกรรมในตลาดทุน เช่น พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562  พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 พ.ร.บ. การทวงถามหนี้ พ.ศ.2558  กฎหมายอื่นที่บริษัทต้องอยู่ภายใต้บังคับกำหนดให้ส่งข้อมูลทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ รวมถึงนโยบายและระเบียบที่ออกตามกฎหมายดังกล่าว เช่น ประมวลวิธีพิจารณาความแพ่ง ที่ให้อำนาจศาลสั่งให้คู่ความส่งเอกสารหรือข้อมูลในการพิจารณาคดี เป็นต้น

7.4   เพราะบริษัทได้รับความยินยอมจากท่าน ประมวลผลตามความยินยอม (Consent)
บริษัทจะขอความยินยอมจากท่านในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาด การส่งเสริมการขาย  หรือการเสนอสิทธิประโยชน์ การเสนอขายผลิตภัณฑ์และบริการใด ๆ  หรือเพื่อการสถิติ ศึกษา  วิเคราะห์ วิจัย  ประเมินผลข้อมูล หรือเพื่อวัตถุประสงค์ใด ๆ ที่ไม่ต้องห้ามตามกฎหมาย     

          การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งไว้เท่านั้น ในบางกรณีบริษัทอาจพิจารณาว่าสามารถประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามวัตถุประสงค์อื่นที่เกี่ยวข้องและไม่ขัด หรือนอกเหนือไปจากวัตถุประสงค์เดิม แต่ในกรณีที่บริษัทจำเป็นต้องประมวลผลข้อมูลด้วยวัตถุประสงค์อื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์เดิม บริษัทจะขอความยินยอมใหม่เพื่อการใช้ข้อมูลตามวัตถุประสงค์ใหม่นั้น

          หากท่านประสงค์จะถอนความยินยอมในการประมวลผลดังกล่าว สามารถติดต่อบริษัทและแจ้งความประสงค์ได้ตามข้อ 9.  ทั้งนี้ การถอนความยินยอมอาจส่งผลกระทบต่อท่านในการใช้ผลิตภัณฑ์ และ/หรือบริการทางการเงิน เช่น ไม่ได้รับการแจ้งสิทธิประโยชน์ โปรโมชั่นหรือข้อเสนอใหม่ๆ ไม่ได้รับผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ดียิ่งขึ้นและสอดคล้องกับความต้องการของท่าน หรือไม่ได้รับข้อมูลข่าวสารอันเป็นประโยชน์แก่ท่าน เป็นต้น ดังนั้น เพื่อประโยชน์ของท่านจึงควรศึกษา หรือสอบถามถึงผลกระทบก่อนเพิกถอนความยินยอม


8. กระบวนการประมวลผลโดยระบบอัตโนมัติ

          ภายใต้การได้รับความยินยอมจากท่านโดยชัดแจ้ง บริษัทอาจใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในการประมวลผลโดยระบบอัตโนมัติ   ซึ่งจะมีผลต่อโปรไฟล์ของท่าน หรือเพื่อการรวบรวมข้อมูลอื่น ๆ เช่น รวบรวมข้อมูลเพื่อการตลาด  เป็นต้น  หากท่านประสงค์จะเพิกถอนความยินยอมท่านสามารถติดต่อบริษัทเพื่อขอเพิกถอนการให้ความยินยอมของท่านได้ตามข้อ 8.

9. สิทธิในข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

          ท่านมีสิทธิในข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยท่านสามารถขอใช้สิทธิต่าง ๆ ได้ภายใต้ข้อกำหนดของกฎหมาย และนโยบายที่กำหนดไว้ในขณะนี้หรือที่จะมีการแก้ไขเพิ่มเติมในอนาคต ดังต่อไปนี้

9.1   สิทธิได้รับการแจ้งให้ทราบ (Right to be informed) โดยได้รับการแจ้งเกี่ยวกับการประมวล  ผลข้อมูลส่วนบุคคล   วิธีการเก็บรวบรวม บุคคลที่จะได้รับข้อมูล เหตุผลและระยะเวลาที่จัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล

9.2   สิทธิในการเข้าถึง (Right of Access) โดยสามารถขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่อยู่ในความรับผิดชอบของบริษัท และตรวจสอบว่าบริษัทได้ประมวลผลข้อมูลตามกฎหมายหรือไม่

9.3   สิทธิขอให้โอนข้อมูลส่วนบุคคล (Right to data portability) บริษัทได้จัดทำข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานโดยทั่วไปได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติ และประมวลผลด้วยวิธีการอัตโนมัติ   ท่านสามารถขอให้บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังบุคลอื่นได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ หรือขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทส่งหรือโอนไปยังบุคคลอื่นโดยตรง เว้นแต่โดยสภาพทางเทคนิคไม่สามารถทำได้

9.4   สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Right to object) ท่านสามารถคัดค้านในกรณีที่บริษัทประมวลผลข้อมูลของท่าน

9.5   สิทธิขอให้ลบหรือทำลายหรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ (Right to erasure Right to be forgotten) ท่านสามารถขอให้ลบข้อมูล หรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนท่าน

9.6   สิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล (Right to restrict processing) ท่านสามารถขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลได้ เมื่อบริษัทอยู่ในระหว่างการตรวจสอบตามที่ท่านขอให้แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคล หรือเมื่อบริษัทอยู่ในระหว่างการพิสูจน์ หรือตรวจสอบ ตามคำขอใช้สิทธิในการคัดค้านของท่าน 

9.7   สิทธิในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคล (Right of rectification) ท่านสามารถขอแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบันได้ หากท่านพบว่าข้อมูลของท่านไม่ถูกต้อง สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน   

          ทั้งนี้ ท่านมีสิทธิที่จะยื่นคำขอใช้สิทธิต่อบริษัท บางกรณีบริษัทอาจปฏิเสธการใช้สิทธิของท่านตามเหตุผลที่จะได้แจ้งให้ทราบต่อไป โดยท่านสามารถร้องเรียนไปยังสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหากท่านไม่เห็นด้วยกับเหตุผลที่บริษัทชี้แจง การร้องขอใด ๆ เพื่อการใช้สิทธิของท่านตามที่กล่าวข้างต้น จะต้องกระทำเป็นลายลักษณ์อักษร และบริษัทจะใช้ความพยายามอย่างดีที่สุดที่จะดำเนินการหรือชี้แจงภายใน 30 วัน หรือไม่เกินตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด โดยบริษัทจะปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับสิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีที่ท่านขอให้บริษัท ลบ ทำลาย กำจัดการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ระงับการใช้ชั่วคราว แปลงข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบข้อมูล

          ที่ไม่สามารถระบุตัวตนเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ หรือถอนความยินยอม อาจทำให้เกิดข้อจำกัดกับบริษัทในการทำธุรกรรมหรือให้บริการแก่ท่านได้  ทั้งนี้ การใช้สิทธิดังกล่าวข้างต้น บริษัทขอสงวนสิทธิในการคิดค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องและจำเป็นต่อการเข้าดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ท่านร้องขอ

10. ระยะเวลาในการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล

          ตามหลักการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็น บริษัทจะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็น ระยะเวลาเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์การเก็บรวบรวมข้อมูลตามกฎหมาย ดังต่อไปนี้

10.1 ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะถูกเก็บรวบรวมไว้ตลอดระยะเวลาที่ท่านเป็นสมาชิกผลิตภัณฑ์ และอีกไม่เกิน 10 ปีนับจากวันที่สิ้นสุดระยะเวลาการเป็นสมาชิกของท่าน

10.2 กรณีไม่ได้รับการอนุมัติเป็นสมาชิกผลิตภัณฑ์ บริษัทจะเก็บข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลใด ๆ ของท่านที่ไม่ได้รับการอนุมัติดังกล่าวเป็นระยะเวลาไม่เกิน 1 ปีนับจากวันที่ไม่ได้รับอนุมัติ

10.3 ในกรณีที่พ้นระยะเวลาจัดเก็บ ทางบริษัทจะทำการลบหรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้อย่างไรก็ตาม บริษัทขอสงวนสิทธิในการเก็บและรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจนถึงระยะเวลาที่จำเป็นต่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ ภาษี หรือกฎหมาย

11. การใช้คุกกี้ส์

          คุกกี้ส์ คือ ตัวระบุพิเศษที่อยู่ในคอมพิวเตอร์ของท่าน หรืออุปกรณ์ (device) อื่น ๆ โดยเว็บเซิร์ฟเวอร์ ที่เก็บข้อมูลต่าง ๆ ซึ่งสามารถอ่านได้ในภายหลังโดยเซิร์ฟเวอร์ที่ออกคุกกี้ส์ให้ท่าน บริษัทอาจจะใช้คุกกี้ส์บนเว็บไซต์อื่น ๆ ที่บริษัทใช้อยู่ ข้อมูลที่รวบรวมไว้ (รวมถึง เลขหมายประจำเครื่องคอมพิวเตอร์ (และโดเมนเนม) ซอฟต์แวร์ในการเข้าดูเว็บ ชนิดและองค์ประกอบของเบราว์เซอร์ การตั้งค่าภาษา ที่ตั้ง ระบบปฏิบัติการ เว็บไซต์ที่อ้างถึง หน้าเว็บไซต์และเนื้อหาที่เคยคลิก และช่วงเวลาที่เข้าไปคลิก เป็นต้น) จะถูกใช้รวบรวมเป็นสถิติว่าผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของบริษัทอย่างไรและการคลิกเว็บไซต์จะช่วยให้บริษัทเข้าใจว่าจะสามารถปรับปรุงการใช้งานของท่านได้อย่างไร ข้อมูลดังกล่าวจะถูกจัดเก็บและจะไม่มีการเปิดเผย และจะไม่มีใครทราบได้ว่าท่านได้คลิก เว้นแต่ท่านได้เข้าสู่ระบบในฐานะสมาชิก โดยบริษัทใช้ข้อมูลเพื่อการปรับปรุงเว็บไซต์และทำให้ตรงจุดประสงค์ที่สุดเท่านั้น นอกจากนั้น คุกกี้ส์ยังช่วยให้เว็บไซต์ของบริษัทจำท่านได้ ตลอดจนถึงสิ่งที่ท่านชอบคลิก และช่วยให้ท่านสามารถใช้เว็บไซต์ตรงตามความต้องการ โฆษณาคุกกี้ส์จะช่วยให้บริษัทสามารถให้โฆษณาบนเว็บไซต์ที่สอดคล้องกับท่านได้ เช่น การเลือกโฆษณาที่อยู่ในความสนใจของท่าน หรือหลีกเลี่ยงโฆษณาซ้ำ ๆไม่ให้ปรากฏในหน้าเว็บไซต์ที่ท่านเข้าอีก

          เว็บเบราว์เซอร์ ส่วนใหญ่ ถูกสร้างขึ้นให้สามารถรองรับคุกกี้ส์ หากท่านไม่ต้องการรับคุกกี้ส์ ท่านสามารถปิดฟังก์ชั่นดังกล่าวที่การตั้งค่าเบราว์เซอร์ อย่างไรก็ตาม การทำลักษณะนี้ ท่านอาจจะไม่สามารถรับข้อมูลที่เป็นประโยชน์จากเว็บไซต์ของบริษัทได้ครบถ้วน และโครงสร้างบางส่วนอาจจะทำงานได้ไม่เต็มที่

12. การเชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์ภายนอก

          หากส่วนหนึ่งส่วนใดในเว็บไซต์นี้มีการเชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์อื่น  เว็บไซต์อื่นอาจมีคำแถลงเกี่ยวกับการรักษาข้อมูลส่วนบุคคลที่แตกต่างกัน ขอแนะนำให้ท่านตรวจเช็คเว็บไซต์เหล่านั้นเกี่ยวกับคำแถลงเกี่ยวกับการรักษาข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้ท่านได้เข้าใจถึงนโยบายในการจัดเก็บ การใช้งาน การส่งต่อ และการเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลของเว็บไซต์นั้น ๆ

12.1 บริษัทใช้อินเทอร์เน็ตในลักษณะของระบบส่วนกลางเพื่อรวบรวมและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งรวมถึงการถ่ายโอนข้อมูล โดยข้อมูลที่บริษัทรวบรวมจากท่านอาจมีการถ่ายโอน เข้าถึง และจัดเก็บ ณ จุดหมายปลายทางทั้งภายในและภายนอกประเทศไทย ทั้งนี้จะมีการควบคุมดูแลข้อมูลส่วนบุคคลเหล่านี้อย่างปลอดภัยและสอดคล้องตามข้อกำหนดของกฎระเบียบใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ PDPA ตลอดเวลา

12.2 ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอาจมีการประมวลผลโดยบุคคลที่สามที่ดำเนินการในหรือนอกประเทศไทย ซึ่งทำงานให้กับบริษัทหรือให้กับซัพพลายเออร์ของบริษัทรายใดรายหนึ่ง ในกรณีที่จำเป็น เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่กล่าวถึงข้างต้นโดยสอดคล้องกับ PDPA ทั้งนี้ บุคคลที่สามดังกล่าวอาจมีส่วนร่วมในการดำเนินตามคำสั่งซื้อของท่าน ประมวลผลรายละเอียดการชำระเงินของท่าน และให้บริการสนับสนุนต่าง ๆ (นอกจากสิ่งเหล่านี้) เมื่อบริษัทถ่ายโอนข้อมูลส่วนบุคคลให้กับบุคคลที่สามนอกประเทศไทย บริษัทจะขอให้มีการรับประกันเพื่อให้วางใจได้ว่าจะมีการดำเนินมาตรการความปลอดภัยในระดับองค์กรหรือทางเทคนิคอย่างเหมาะสม ในลักษณะที่มีการประมวลผลโดยเป็นไปตามข้อกำหนดตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับของประเทศไทย และรับรองว่าจะมีการคุ้มครองสิทธิ์ของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูล

13. แหล่งจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

          บริษัทข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้รับจากเจ้าของข้อมูล จะถูกเก็บไว้บนศูนย์ข้อมูลของบริษัท (เซิร์ฟเวอร์) ตั้งอยู่ในประเทศไทย  อย่างไรก็ดีหากเจ้าของข้อมูลพบว่าบุคคลที่สามที่บริษัท เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลตามข้างต้น ได้มีการนำข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากขอบเขตที่บริษัทได้กำหนดไว้ เจ้าของข้อมูลสามารถแจ้งบริษัทตามรายละเอียดที่ระบุไว้ในนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้ เพื่อดำเนินการในส่วนเกี่ยวข้องต่อไป

14. การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

14.1 บริษัทจะดำเนินการให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมโดยบริษัทหรือในนามของบริษัทจะได้รับการจัดเก็บอย่างเหมาะสม และมีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เพียงพอต่อการคุ้มครองการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

14.2. บริษัทจะดำเนินการให้มั่นใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลที่อยู่ในครอบครองหรืออยู่ในการควบคุมได้รับความคุ้มครอง โดยจัดมาตรการรักษาความปลอดภัยเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการเข้าถึง รวบรวม ใช้งาน เปิดเผย ทำสำเนา ดัดแปลง และกำจัดโดยไม่ได้รับอนุญาต

15. คำถามอื่น ๆ

15.1 บริษัทอาจมีการพิจารณาทบทวนนโยบาย นโยบายการความเป็นส่วนตัวฉบับนี้เป็นครั้งคราวโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ในการดำเนินการเปลี่ยนแปลงใด เกี่ยวกับขั้นตอนการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือการเปลี่ยนแปลงระเบียบข้อบังคับใด ๆ

15.2 บริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ ด้วยการนโยบายบนเว็บไซต์บริษัทของบริษัทหรือด้วยวิธีการอื่น ๆ ที่เหมาะสม โปรดตรวจสอบข้อมูลบนเว็บไซต์ของบริษัทเป็นครั้งคราว เพื่อดูว่ามีการแก้ไขนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้หรือไม่ หากบริษัทแก้ไขนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ การแก้ไขดังกล่าวจะนำไปใช้กับข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมหลังจากบริษัทเผยแพร่นโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับแก้ไขแล้ว

15.3 นอกจากนี้ หลังจากมีการเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ หากท่านใช้บริการต่อ ซื้อสินค้าจากบริษัท หรือมีส่วนร่วมกับทางบริษัทอย่างต่อเนื่อง จะถือว่าท่านตกลงและยอมรับการเปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัวดังกล่าว

15.4 นโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้เผยแพร่ให้ทราบอย่างทั่วถึง

16. วิธีการติดต่อบริษัท

          ในกรณีที่ท่านประสงค์จะใช้สิทธิ หรือถอนความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท สามารถติดต่อได้ที่ บริษัท ไอยมิตร จำกัด
โทรศัพท์
022327947
สถานที่ติดต่อ: เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล DPO@i-mit.co.th

          หากท่านเห็นว่าการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่เป็นไปตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ท่านมีสิทธิที่จะร้องเรียนไปยังสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

          นโยบายฉบับนี้เป็นการแจ้งล่วงหน้าเพื่อให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2564  เป็นต้นไป ทั้งนี้ หากการมีผลใช้บังคับในส่วนของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 เลื่อนการมีผลใช้บังคับออกไป นโยบายฉบับนี้จะเลื่อนการมีผลใช้บังคับเป็นวันเดียวกับวันที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้เฉพาะในส่วนที่มีการเลื่อนการใช้บังคับด้วย